รีวิว Pan Wave IV (Limited Edition)

July 26, 2013 in Home, Review, บทความทั่วไป, บทความรองเท้า Pan, วีดีโอ (VDO) by admin

“คนไทย ใส่แพน” !!!??

** คำเตือน ส่วนเกริ่นตอนต้นนี้ค่อนข้างยาว ถ้าไม่อยากอ่านเรื่องราวไร้สาระ เพื่อนๆสามารถข้ามไปอ่านการรีวิวข้างล่างได้เลยนะครับ ;-)

** คำเตือน 2 : เพื่อนๆคนไหนเป็นสาวก Pan อาจจะไม่ชอบบทความอันนี้สักเท่าไหร่ ถ้าทำใจไม่ได้โปรดเลี่ยงไปอ่านบทความอันอื่นครับ :-D

WP_20130502_010

กล่องรองเท้า Pan แบบพื้นฐาน

“คนไทย ใส่แพน” !!!?? (ต่อ)

คำๆนี้เป็นคำที่ผมได้ยินติดหูมาสักพักแล้วครับ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า จริงๆแล้วต้นกำเนิดของคนที่คิดสโลแกนสุดเก๋แบบนี้ คือใคร? หรือทางบริษัทเป็นคนคิดขึ้นมา? แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าคำๆนี้มันได้ถูกฝังเข้าไปในหัวของผมและมั่นใจว่าได้อยู่ในหัวของเพื่อนๆหลายๆคนตอนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ;-)

และก็เหมือนเดิมครับ วันนี้ผมกลับมาอีกครั้งกับการรีวิวรองเท้าฟุตบอล แต่คราวนี้ผมขอเป็นแบบอินดอร์กันบ้าง เพราะมาคราวนี้ เป็น รองเท้าฟุุตซอลยี่ห้อ Pan ! ยี่ห้อสุดฮิตของคนไทย (บางกลุ่ม) ที่รักความเป็นไทย และชอบคุณภาพที่มากับรองเท้าในราคาที่อาจจะ “ไม่เป็นมิตร” กับคนไทยสักเท่าไหร่ ;-) (ถ้าใครติดตามรองเท้า Pan มาโดยตลอดจะเห็นว่า การตั้งราคาขายสำหรับรุ่นสูงๆนั้น อารมณ์เหมือนจะไม่อยากให้คนไทยซื้อมาใช้เลย เพราะมันช่างแพงเหลือเกิน :-? )

ก่อนที่ผมจะทำการรีวิวนั้น….ผมอยากจะขอเกริ่มถึงเรื่องราวของผมกับรองเท้ายี่ห้อ Pan สักหน่อย เพื่อเป็นการให้เพื่อนๆได้เข้าใจว่าผมมีประสบการณ์กับรองเท้ายี่ห้อนี้มามากน้อยแค่ไหน…

ในวัยเด็กของผม… Pan เป็นยี่ห้อหนึ่งที่ผมคุ้นเคยอยู่ตลอดเวลา แถวๆบ้านผมถ้าใครใช้กระเป๋าหรือใส่รองเท้า Pan นี่ ต้องถือว่า “หล่อเอาการ” เพราะในยุคนั้น Pan ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งนอกเหนือจากแบรนด์อื่นๆในราคาที่ไม่แพงและรูปลักษณ์ที่เข้าขั้นว่าทันสมัย มีสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นของยี่ห้ออะไร มันช่างภาคภูมิใจเมื่อได้เลือกใช้หรือสวมใส่เสียเหลือเกิน ;-)

ช่วงเวลานั้นผมก็รู้จักยี่ห้อ Pan เพราะเครื่องแต่งกาย เช่น กระเป๋า, รองเท้า เท่านั้นเอง…ความทรงจำของผมในวัยเยาว์มันช่างเลือนลางเหลือเกินกับยี่ห้อนี้ จนผมมารู้ตัวอีกที (ตอนไหนก็ไม่รู้) Pan ก็เริ่มกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งทางด้านอุปกรณ์กีฬา โดยเฉพาะเรื่องของรองเท้าฟุตบอล และฟุตซอล…สรุปได้ว่าในวัยเด็กนั้น ผมแทบไม่มีความทรงจำทางด้านกีฬากับ Pan สักเท่าไหร่ นอกเหนือจากรองเท้าที่ใส่ไปเรียนกับกระเป๋าหนังแค่เท่านั้นเอง… ;-) (จริงๆคนอื่นเค้าอาจจะรู้จักกันก็ได้ แต่ยอมรับจริงๆว่าช่วงนั้นผมก็ไม่ได้ตามข่าวสารอะไรเกี่ยวกับทางด้านนี้สักเท่าไหร่)

เพราะโดยส่วนตัวแล้วด้วยความที่เป็นเด็กบ้านนอก เวลาเตะฟุตบอลผมก็มักจจะ “ใช้เท้าเปล่า” เตะบอลพลาสติกกันบน สนามดินกลางป่าช้า ในโรงเรียน (ครับ โรงเรียนมัธยมที่ผมเรียนเป็นป่าช้าเก่า ซึ่งอยู่เขตนอกเมือง :-D) ที่มีอุปสรรคในสนาม เป็นทั้งรากไม้ใหญ่ และก้อนหินที่พร้อมจะ ฉีกฝ่าเท้า ของเด็กตัวน้อยๆได้ตลอดเวลาถ้าเผลอไปเหยียบหรือเตะพวกมันเข้า… แต่นั่น ก็น่าจะเป็นช่วงที่ผมได้พัฒนาทักษะความคล่องตัวและการลากเลี้อยเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะต้องระวังคู่ต่อสู้แล้ว ยังต้องระวังอุปสรรคสนามอีกด้วย :-) (ก็มีบ้างครั้งบ้างที่เตะสนามปูน แต่เอาเข้าจริงๆก็ถอดรองเท้าอยู่ดี)

พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ได้มีโอกาสเดินทางมาร่ำเรียนในเมืองกรุง ชีวิตผมก็ยังคงมีเรื่องของฟุตบอลเกี่ยวเนื่องกับในชีวิตประจำวัน…แต่ครั้งนี้ ครั้นจะให้ใช้เท้าเปล่ามันก็จะดูบ้านนอกคอกนาเกินไปหน่อย เพื่อความสมศักดิ์ศรีและฐานะอันต่ำต้อย เลยต้องลงทุนซื้อรองเท้าฟุตบอลที่ผมคิดว่า “แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว” มาใช้งานบ้าง.,..รองเท้าฟุตบอลยี่ห้อนั้นก็คือ “นันยาง” (Nanyang – จะใส่ภาษาอังกฤษทำไม? :-D)  รองเท้าฟุตบอลสุดคลาสสิคที่ผมคิดว่า เป็นรองเท้าฟุตบอลในอุดมคติของการเล่นฟุตบอล และสารพัดประโยชน์ที่สุด ใส่เรียนก็ได้ ใส่เล่นก็ดี…และถึงแม้ว่าคู่เก่าจะพังไป ผมก็ยังไม่คิดใช้รองเท้าฟุตบอลแบบจริงจัง เพราะก็ยังตั้งใจใส่นันยางอยู่เหมือนเดิม ต่อเนื่องมาอีกเป็นเวลานานหลายสิปปี (โดยไม่คิดจะไปซื้ออะไรอย่างอื่นเลย) เพราะสมัยก่อนผมเน้นเล่นฟุตซอลเป็นหลัก ซึ่งมันง่าย และสนุกกว่าสนามใหญ่ที่จะต้องมีการนัดรวมตัวกันก่อนที่จะได้ลงเล่น แต่ฟุตซอลคนไม่กี่คนก็แจมกันได้แล้ว…

เพื่อนๆจะเชื่อหรือไม่ว่า รองเท้า Pan ที่ผมนำมารีวิวนี้ เป็นรองเท้าฟุตซอลของ Pan “คู่แรก” ที่ผมซื้อในชีวิต! เพราะผมใช้นันยางในการเล่นฟุตซอลมาตลอด ยี่ห้ออื่นที่ผมเคยใช้นอกจากนันยาง ก็คือ Breaker (สั่งได้ดั่งใจ)! :-D พูดตรงๆว่าผมเพิ่งหันมาใส่รองเท้าฟุตซอลจริงๆจังๆไม่น่าจะเกิน 2 ปีมานี่เอง…เพื่อนๆอาจจะถามว่า ไหนบอกว่าชอบเตะฟุตบอล ทำไมประสบการณ์รองเท้าน้อยจัง?

ครับ…ผมชอบฟุตบอลจริง และเล่นจริงจังมาตลอด ผ่านการแข่งขันมาหลายทัวร์นาเม้นต์ หลายรูปแบบ ทั้งไทยและนานาชาติ (อันนี้ไม่ได้โม้นะ เพราะสมัยอยู่ต่างประเทศผมก็เตะบอลเป็นประจำแต่เน้นฟุตซอล สนามใหญ่บ้างประปราย) ผมก็ใช้ “นันยาง” มาตลอด และก็เล่นได้น่าพอใจมาตลอดเลยไม่เห็นความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ ;-) (ตอนนั้นผมยังไม่อินกับรองเท้าเท่าไหร่ ใส่อะไรก็เฉยๆ เหมือนไม่ค่อยมีผลเพราะไม่ได้สังเกตุแบบปัจจุบัน)

WP_20130502_011

ห่อถุงพลาสติก (ทำไมไม่ใช้กระดาษเหมือนชาวบ้านเค้าหว่า? :-?)

WP_20130502_012

คู่นี้ผมใส่ตรงไซต์ ก็รู้สึกกระชับมากๆแล้วครับ

เอาละ…ปูพื้นฐานกันมาพอสมควรแล้ว ผมว่าถึงเวลาของการรีวิวเสียทีกับรองเท้าฟุตซอล Pan Wave IV – Limited Edition…ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมอาจจะไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ของรองเท้าฟุตซอลมากเท่าที่ควร แต่ถ้าจะให้พูดถึงความรู้สึกในการใช้งานแล้วละก็ สำหรับผม “ถือเป็นเรื่องสนุก” เพราะผมมันคนชอบสังเกตุ และจับผิดรองเท้ากีฬาของตัวเองอยู่แล้ว (ไม่รู้ทำไมนะ แต่ชอบอะ โรคจิต 555 :-D)

เหมือนเดิมนะครับ ถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ติดตามผมมา คงจะพอรู้เกณฑ์คร่าวๆของผมแล้วละนะว่ามีอะไรบ้าง…มาเริ่มกันเลยก็แล้วกัน!

  1. เรื่องของความสบายในการสวมใส่
  2. น้ำหนัก (ถ้ามี)
  3. การยึดเกาะ
  4. การยิงและการสัมผัสบอล
  5. การป้องกันต่างๆของรองเท้า
  6. ความทนทานของรองเท้า
  7. ข้อสรุป/ภาพรวม
WP_20130502_040

บอกไม่ถูกว่าสวยหรือไม่สวย :-?

1. เรื่องของความสบายในการสวมใส่

เนื่องจากรองเท้าคู่นี้เป็น รุ่นท็อป ที่ทำมาจากหนังวัวทั้งคู่ (ราคาป้ายประมาณ 2,500 บาท แต่ผมได้มาค่อนข้างถูก ;-) ) ทำให้ความสบายในการสวมใส่นั้นค่อนข้างน่าประทับใจ เพราะหนังที่มากับรองเท้าก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปนัก แต่ก็ไม่ได้นุ่มซะทีเดียว (แต่จะรู้สึกได้ว่าใช้ไปสักพักเดี๋ยวมันก็นุ่มขึ้น) ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผมประทับใจมากๆของรองเท้าคู่นี้ (ในตอนแรกที่ลอง) เพราะหลังจากที่ผมลองสวมใส่เจ้า Pan Wave IV – Limited Edition คู่นี้ ก็ให้ความรู้สึก “กระชับ” ที่คล้ายคลึงกับความรู้สึกที่ผมเคยลอง Nike5 Bomba (รองเท้าสนามหญ้าเทียมของ Nike) เป็นอย่างมาก เนื่องจากความกระชับในช่วงกลางเท้าทำได้ค่อนข้างดี และในขณะเดียวกันบริเวณส่วนหน้าเท้าที่ออกแบบมาเพื่อคนหน้าเท้ากว้างสไตล์คนไทยก็ทำให้ผมไม่เกิดความอึดอัดจนเกินไป ทำให้เวลาเคลื่อนไหวในช่วงแรกๆของการสวมใส่นั้น ผมว่าทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว…แต่ว่า นั่นก็เป็นแค่ช่วงแรกอย่างที่บอกครับ…เพราะ…

หลังจากที่ผมใส่เล่นไปแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้นเอง (ย้ำ! แค่ 3-4 ครั้งเท่านั้นเอง) ความกระชับที่เคยมีแบบในตอนแรกที่ผมประทับใจ “กลับหายไป” กลายเป็นความ “โคลงเคลง” ที่เกิดขึ้นภายใน…ผมคงไม่ได้คิดไปเอง…เพราะว่าตอนแรกนั้นพยายามคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเชือกรองเท้าที่อาจจะรัดไม่แน่น แต่หลังจากลองขยับและรัดใหม่ ปรากฏว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม…ซึ่งบอกตรงๆว่าเป็นอะไรที่ “น่าผิดหวัง” สำหรับผมอยู่พอสมควร เพราะรองเท้าราคาขนาดนี้แต่กลับมีการรักษารูปทรงของตัวรองเท้ากลับทำได้ไม่ดีเท่าไหร่… ผมอาจจะเป็นแค่คนนึงที่โชคร้าย ได้รองเท้าที่ไม่ดีก็เป็นได้…แต่ถ้าคิดอีกที หากผมซื้อรองเท้าคู่นี้มาในราคาเต็ม คงจะไม่ค่อยแฮปปี้นัก ;-)

แต่สิ่งที่ผมว่า Pan Wave IV คู่นี้ทำได้ดีก็คือเรื่องของ บริเวณข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย ที่ทำออกมาได้กระชับดี ไม่เคลื่อนไหวไปมาในขณะเคลื่อนไหวในเกมที่ต้องอาศับความรวดเร็วแบบฟุตซอล

WP_20130502_029 WP_20130502_024 WP_20130502_022 WP_20130502_018

2. น้ำหนัก

หลังจากที่หลังๆผมหันกลับมาเล่นสนามหญ้าจริงและหญ้าเทียมบ่อยขึ้น และเล่นเกมอินดอร์น้อยลง ผมพบว่า รองเท้าคู่นี้ “ค่อนข้างออกไปทางหนัก” อยู่พอสมควร เพราะผมรู้สึกได้ถึงความยากลำบากในการที่จะเดาะบอลเล่น (แบบธรรมด๊าธรรมดา) ซึ่งปกติผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้…ทุกครั้งที่ยกเท้า จะรู้สึกเหมือนโดนรองเท้า “ถ่วง” ทำให้การเคลื่อนไหวของเท้าเหมือนจะไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่ เพราะตัวพื้นเองก็ค่อนข้างจะหนามาก…อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ผมเคยชินกับรองเท้าฟุตบอล (สตั๊ด) ที่มีน้ำหนักเบาๆไปแล้วก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรซะ ส่วนตัวผมก็คิดว่าจริงๆแล้วมันไม่น่าจะหนักขนาดนี้ เพราะผมเคยใส่รองเท้าฟุตซอลของ Breaker ยังรู้สึกว่า สบายและคล่องตัวกว่ารองเท้าคู่นี้อยู่พอสมควร (และในราคาที่ถูกว่ากันครึ่งๆเลยนะครับ) ;-)

WP_20130502_038 WP_20130502_039

3. การยึดเกาะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมต้องขอชมเชยครับ เพราะเจ้า Pan Wave Iv คู่นี้ “หนึบ” จริงๆ…ผมอาจจะไม่ได้ทดลองเล่นในอินดอร์หรือพื้นดีๆอย่างจริงจัง แค่ได้มีโอกาสทดลองบนสนามปูนเท่านั้นเอง…แต่ว่าบนสนามปูนรองเท้าคู่นี้ก็ให้การยึดเกาะที่ “ดีมาก” เลยทีเดียว…จนบางครั้งผมว่ามันอาจจะ “ดีเกินไป” สักหน่อยเพราะหลายๆจังหวะรองเท้านั้นแทบจะล็อคกับพื้นไปเลยด้วยซ้ำ (จนคนในสนามแซวว่า อะไรมันจะหนึบขนาดนั้น) ซึ่งการยึดเกาะที่ดีแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะลายของรองเท้าที่ออกแบบมา แล้วตัวพื้นยางมีความหนาค่อนข้างมาก ทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะของรองเท้าคู้นี้นั้น ไม่น่ากังวลสักเท่าไหร่และผมว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่ผมได้จาก Pan Wave IV – Limited Edition คู่นี้ ;-)

WP_20130502_036 WP_20130502_033 WP_20130502_021

4. การยิงและการสัมผัสบอล

การยิงและการสัมผัสบอลนั้น ผมต้องขอบอกว่าทำได้ในระดับที่ “พอใช้” ครับ เพราะด้วยความที่การออกแบบของหน้าเท้าส่วนหน้า ที่ถูกออกแบบมาค่อนข้างที่จะ “กว้าง” เพื่อตอบโจทย์เท้าของคนไทยส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาก็คือ “ความรู้สึกในการสัมผัสบอล” กลับลดน้อยลงเพราะความ “เคว้งคว้าง” ที่เกิดขึ้นในบริเวณหน้าเท้า…สังเกตุได้ง่ายๆจากการเดาะบอลธรรมดา ผมก็ยังรู้สึกว่าเหมือนเท้าของผมจะสัมผัสกับลูกบอลได้ไม่เต็มที่ เพราะรูปทรงของรองเท้าที่ออกมาทาง “อวบอ้วน” และ “เทอะทะ” ไปหน่อยในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ทำให้การสัมผัสบอลแรก (First Touch) และการยิง มีความรู้สึกแปลกๆและไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะมันเหมือนเท้าของเราโดนบอลไม่เต็มที่อย่างที่มันควรจะเป็น…สำหรับผม ใส่นันยางเล่น ยังรู้สึกมั่นใจกว่า รองเท้าคู่นี้อีก จริงๆ!!! :-?

5. การป้องกันต่างๆของรองเท้า

ด้วยวัสดุที่จัดเต็มของรองเท้าไม่ว่าจะเป็นหนังวัวคุณภาพดีที่มีความหนาพอสมควร พื้นที่มีความหนา บริเวณส่วนหน้าที่มีการเสริมวัสดุป้องกันบริเวณปลายเท้า ส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ ผมว่ารองเท้าคู่นี้สอบผ่านในเรื่องของการป้องกันเท้าของผู้เล่นนะ แต่หลายๆจังหวะ ผมกลับมีความรู้สึกว่า ด้วยความที่พื้นยางตรงบริเวณส้นเท้ามันค่อนข้างจะหนาจนเกินควร ทำให้เกิดอาการเหมือนเท้าจะพลิกเอาได้ง่ายๆถ้าลงไม่ถูกจังหวะ (อาจจะเป็นเพราะผมยังไม่ชินกับพื้นหนาๆแบบนี้ก็เป็นได้ แต่ส่วนตัวผมว่ามันหนาเกินไปหน่อย ;-) )

เรื่องการป้องกันต่างๆของรองเท้า…ถือว่าผ่านครับ :-D

WP_20130502_031

6. ความทนทานของรองเท้า
**(เนื่องจากโทรศัพท์ผมมีปัญหาเลยไม่สามารถเอารูปสภาพของรองเท้าแบบ update มาโชว์ได้ แล้วยังไงจะตามมาเพิ่มทีหลังให้นะครับ) 

นี่คือสิ่งที่ผม “ผิดหวังมากที่สุด” กับรองเท้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “Limited Edition” อย่างเจ้า Pan Wave IV คู่นี้…เพราะจากการใส่เดาะบอลเล่นครั้งแรก (แค่ครั้งแรกเท่านั้น!!?!) สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กาวบริเวณช่วงรอยต่อของพื้นและ upper ส่วนหน้า “เริ่มเปิดออกจากกัน”… และหลังจากที่ผมเอาไปใส่เตะบอลแบบจริงจังครั้งแรก ผลที่ได้คือ…หนังเริ่มเปื่อยและกาวลอกหนักกว่าเดิม ซะอีก…ซึ่งเป็นอะไรที่ผมผิดหวังมากๆกับรองเท้าคู่นี้…โอเค ผมอาจจะได้รองเท้ามาในราคาที่ถูกก็จริง อาจจะเป็นความผิดของผมก็ได้ที่ผมซื้อของที่ลดราคา ซึ่งอาจจะเกิดจากรองเท้าคู่นั้นไม่ผ่าน QC หรืออะไรก็ตามแต่ (โดยที่ผมไม่รู้หรอกนะ) แต่…พูดตรงๆว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมเป็นอะไรที่ “รับไม่ค่อยได้เท่าไหร่” และผมคงจะเศร้ากว่านี้ถ้าผมซื้อมาในราคาเต็ม!!! (Breaker กับ นันยางคู่เก่าๆของผมยังทนกว่านี้เยอะเลย -_____-” )

ดังนั้น ในเรื่องของความทนทาน ผม “ไม่ให้ผ่าน” แม้แต่ประการใดๆทั้งปวง…แต่อย่างที่บอกครับ ผมอาจจะเป็นแค่คนที่โชคร้าย เพราะคนอื่นๆใส่กันเค้าก็ว่าทนทานกันอยู่พอสมควรนะ :-?

ปล. จริงอยู่ว่าถึงแม้จะมีการรับประกันคุณภาพถึง 3 เดือน…แต่ มันก็ไม่น่าจะพังเร็วจนทำให้เสียความรู้สึกขนาดนี้ครับ -____-

WP_20130502_028 WP_20130502_017

7. ข้อสรุป และภาพรวม

ผมว่า Pan Wave IV – Limited Edition คู่นี้ (ย้ำ! คู้ที่ผมซื้อมานี้!!) ค่อนข้างเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะเรื่องของความทนทานจากการใช้งาน เมื่อเทียบกับรองเท้าสุดเบสิคอย่าง นันยาง หรือ Breaker Futsal ราคาถูกที่ผมเคยซื้อมาใส่…คุณภาพโดยรวมนั้น พูดตรงๆก็คือยังต้องมีการพัฒนาอีกเยอะอยู่พอสมควร (ปัจจุบันผมเชื่อว่ารองเท้าฟุตซอลรุ่นใหม่ๆของ Pan ที่ออกมาหลังจากรุ่นนี้ ทำได้ดีกว่ามาก) ทั้งในเรื่องของความรู้สึก ความสบาย และรูปทรงของรองเท้า ยังเป็นอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ และด้วยราคาที่ค่อนข้างแพง (ซื้อแบรนด์นอกได้สบายๆ) ผมว่ารองเท้าคู่นี้อาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่กับรองเท้าที่ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยลงตัวแบบ Pan Wave IV – Limited Edition คู่นี้…

“คนไทย ใส่ Pan” เป็นสโลแกนที่ผมชอบ มันช่างติดหู และคิดว่าเป็นสิ่งดีทีควรสนับสนุนด้วยซ้ำไป แต่ว่าผมกลับไม่แน่ใจจริงๆว่าในการทำการตลาดของ Pan นั้น ตกลงต้องการที่จะให้คนไทยซื้อใส่กันจริงๆหรือเปล่า? เพราะราคารองเท้าเกรดดีๆนั้น เป็นรองเท้าที่มี “ราคาค่อนข้างแพง ไปจนถึงแพงมาก” ทั้งๆที่บริษัทที่ผลิตรองเท้าก็เป็นคนไทยเองแท้ๆ แต่กลับมีราคา “มหาโหด” เมื่อเทียบกับรองเท้าแบรนด์ต่างชาติ ที่หลายๆรุ่นมีราคาที่น่าคบหาและมาพร้อมกับคุณภาพที่ดีกว่า…

อาจจะเป็นเพราะว่า ในแต่ละรุ่นนั้นทำการผลิตมาน้อยก็เป็นได้ เพราะผมเห็น Limited Edition จาก Pan ออกมาบ่อยเหลือเกิน ซึ่งในความคิดผมว่ามันออกจะ พร่ำเพรื่อ เกินไปสักหน่อย จนกลายเป็น Limited ที่ฟังดูไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไหร่ (Limited ในที่นี้ อาจจะไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่แค่ผลิตออกมาจำนวนน้อยจริงๆเพื่อเป็นการทดลองตลาดอะไรแบบนั้น)

สรุปก็คือ ตอนนี้ Pan มีรองเท้าฟุตซอลรุ่นใหม่ๆ วางขายในตลาดที่ผมเชื่อว่า “น่าจะดีกว่า” รุ้นนี้อยู่หลายคู่หลายรุ่น ฉนั้นผมอยากจะแนะนำคนที่บังเอิญอาจจะไปเจอรองเท้าคู่นี้เข้าแล้วอยากได้อยากโดนขึ้นมา ผมแนะนำว่า “ถ้าไม่ลดราคา ขอให้หลีกเลี่ยง Pan Wave IV” รุ่นท็อปคู่นี้ดีกว่า ให้ลองมองหาตัวรอง หรือมองรุ่นอื่นๆที่ใหม่กว่านี้ในราคาใกล้ๆกัน แต่น่าจะดีกว่าเยอะอย่าง Pan Wave Classic หรือ Vigor III ที่อาจจะต้องเพิ่มเงินนิดหน่อย แต่รูปทรงและคุณภาพที่ดีกว่ารุ่นนี้ ;-)

WP_20130502_045

…ทิ้งท้ายสักนิด…

เห็นผมจัดหนักขนาดนี้ ก็ไม่ใช่ว่าผมจะตั้งแง่ หรือมีอคติอะไรกับทาง Pan นะครับ เพราะผมก็ยังมีความผูกพันธุ์ดีๆในวัยเยาว์ (อย่างที่เล่าในตอนต้น) และก็พร้อมที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของคนไทยอย่าง Pan เสมอ (ในยามที่ลดราคาเท่านั้น และผมเชื่อว่าเพื่อนๆส่วนมากก็เป็นแบบนั้น ที่มักจะบอกว่า… Pan อะรอลดราคาค่อยไปซื้อ ราคาเต็มมันโหดเกิน)

แต่หลังๆมานี้ผมเริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น และเชื่อว่าในที่สุดแล้ว Pan เองก็น่าจะผลักดันตัวเองให้มีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้นในวงการรองเท้าฟุตบอลในเมืองไทย รวมถึงในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ที่ควรจะต้องพัฒนาให้ดีมากกว่านี้ด้วย !!!! (เรื่องนี้ก็ไม่อยากบ่นมาก เดี๋ยวยาวอีก) :-D

เห็นผมบ่นอย่างนี้ ผมก็ยังมี Pan Legenda S (ตัวรอง) ที่ซื้อมาวางไว้เฉยๆยังไม่ได้ใช้เลยอีกคู่นะเออ (ผมเพิ่งทำ วีดีโอแนะนำสั้นๆเกี่ยวกับ Pan Legenda S ไป เพื่อนๆลองเข้าไปดูได้นะครับ ถ้าสนใจ ;-) )

เร็วๆนี้พบกันแน่นอนกับ รีวิวแบบจัดเต็มของ Pan Legenda S รองเท้าฟุตบอลสายคลาสสิคสุดฮิตจาก Pan !!!

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและติดตามครับ

สวัสดี,

:-D

 

 

Comments

comments