รีวิว Umbro Geometra Pro II

June 11, 2013 in Home, บทความรองเท้า Umbro by admin

gmpro01

สวัสดีครับ :-)

หลังจากที่ผมได้ประกาศผ่านทาง Fanpage บน Facebook ไปสักพักแล้วว่า จะมีรีวิวรองเท้าฟุตบอลของ Umbro ที่มีชื่อว่า Umbro Geometra Pro II เร็วๆนี้…

และในที่สุด…วันนี้ก็ถึงเวลาเสียที!!! ยิปปี้ !!? (เพื่อนๆอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ 555)

ส่วนตัวแล้วผมได้มีโอกาสสัมผัสเจ้า Umbro Geometra Pro II ตัวนี้มาหลายครั้งแล้วในห้างสรรพสินค้า…ซึ่งขอบอกตรงๆว่า ประทับใจกับรูปทรงและ “คุณภาพของหนังจิงโจ้” ที่ใช้ใน “รุ่นท็อป” มากๆ…เพราะมันนิ่มซะจนอยากจะเอามานอนหนุนกันเลยทีเดียวละ (ใครยังไม่เคยลอง ไปลองซะ ที่ Supersports ทั่วไป :-) )

และอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือ “รูปลักษณ์” ใหม่ที่ผมว่าพัฒนาได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมมาก…เพราะตัวเก่ามันดู “เทอะทะ + เลอะเทอะ” ยังไงชอบกล :-? มันดูพยายามเกินไปในความคิดของผม… (แต่ก็เป็นรองเท้าที่ดีนะ ;) )

ครับ…ความเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลต่อสรรพสิ่งเสมอ (โห่ ใช้คำยิ่งใหญ่มาก :-D) เราจะมาดูกันว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลอะไรต่อรองเท้าสายคอนโทรลที่มีชื่อว่า Geometra Pro II คู่นี้

สำหรับสีที่นำมาใช้ในการรีวิวในครั้งนี้คือ สีน้ำเงิน/ขาว แต่ว่ายังมีสีอื่นๆที่น่าสนใจซึ่งขายในบ้านเราอีกก็คือ สีเขียวซัลเฟอร์ (Sulphur) และ สีดำ/ฟ้า  (เพื่อนๆสามารถคลิกที่ลิ้งค์เพื่อดูรูปเพิ่มเติมได้ครับ :-D)

ความรู้สึกก่อนสวมใส่

อยากที่ผมเคยบอกเพื่อนๆไปแล้วว่าบริษัท Umbro นั้น เคยถูกทาง Nike ควบคุมมาก่อน ทำให้ระยะหลังๆผลิตภัณฑ์ของทาง Umbro ที่ออกมา ได้รับอิทธิพลมาจากทาง Nike อยู่พอสมควร…

และถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Umbro จะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของ Nike แล้ว…“กลิ่นอาย” เก่าๆก็ยังคงตามติดมากับรองเท้าคู่นี้อยู่เช่นเคย เพราะครั้งแรกที่เปิดกล่องออกมา…ดูยังไงก็ยังให้อารมณ์ Nike อยู่พอสมควร…และอย่างที่บอกไปตอนต้นครับ ว่า “รูปลักษณ์ภายนอก” ของรองเท้าคู่นี้แทบจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว…

เพราะครั้งนี้ Geometra มาพร้อม “ผิวสัมผัสแบบกระดาษทราย” ที่ถูกวางไว้บริเวณ หน้าเท้าส่วนหน้า และครอบคุลมไปถึงข้างเท้าด้านในและนอก (ซึ่งเลยเถิดไปยังส่วนที่ไม่คิดว่าควรจะมี :-? )

ตรงส่วนบริเวณตรงกลางของรองเท้า ก็ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี “A-Frame” ที่ช่วยในการเพิ่มความกระชับและรักษารูปทรงของรองเท้า ซึ่งการมาของ A-Frame ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะได้รับการพัฒนามาเยอะพอสมควร ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ;-)

แต่สิ่งที่แอบตะหงิดใจนิดหน่อยก็คือ รองเท้าระดับท็อปรุ่นนี้ ไม่ได้มาพร้อมกับ “ของแถม” ใดๆทั้งสิ้น…ไม่มีถุงเถิงอะไรเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าเลย…แต่ก็พอเข้าใจได้อยู่เพราะถ้าเทียบราคากับรองเท้ารุ่นท็อปเจ้าอื่นๆแล้วละก็…ต้องบอกว่า “โคตรจะคุ้ม” อยู่แล้วละครับ…ของแถมอะไรนั่น อย่าไปคาดหวังมาก ;-)

gmpro02

gmpro03

gmpro04

ความรู้สึกตอนสวมใส่

อย่างที่บอกเพื่อนๆไปแล้วครับว่า รองเท้าคู่นี้ทำมาจาก K-Leather หรือ หนังจิงโจ้ (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านเรื่องประเภทของ หนังที่ใช้ในการผลิตรองเท้าฟุตบอล ลองไปอ่านดูนะครับ) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม…การที่จะได้รับความสบายในการสวมใส่นั้น จำเป็นจะต้องทำการ Break-In หรือภาษาบ้านๆเราเรียกว่า “นวดให้นิ่ม” ก่อนสักเกมสองเกม ตามประสารองเท้าฟุตบอลเท่าไป ;-) เพื่อให้ได้ความสบายและ fitting ที่ปรับเข้ากับรูปเท้าที่ดีขึ้น…

สรุปก็คือ ใส่สบายตั้งแต่ออกจากกล่อง…และจะสบายกว่าเดิมถ้าใส่เล่นไปสักพักครับ :-)

Upper ที่แตกต่างจากรุ่นเดิม

แน่นอนว่าสิ่งที่พัฒนาขึ้นก็คือเรื่องของ “ทรวดทรงองเอว” ของรองเท้าที่ดูจะปราดเปรียวมากขึ้น สมกับเป็นรองเท้าสมัยใหม่ ที่ไม่ใหญ่เทอะทะ ;-)

และถ้าเพื่อนๆสังเกตุบริเวณด้านข้างที่มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า A-Frame (ที่เป็นรูปตัว A บริเวณกลางรองเท้า) จะเห็นได้ชัดว่าตัว Upper จะถูก “ยก” ขึ้นมา ทำให้รูปทรงบริเวณตรงกลางของรองเท้าเหมือนถูกดึงแหละผลักไปข้างหน้านิดหน่อย ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้เราสามารถสวมใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องของ “ตะเข็บ” ที่ไม่ได้ทำการเดินมาเหมือนพวกรองเท้าสายคอนโทรลอย่าง Nike Tiempo ที่จะมีลักษณะ “ฟูนุ่ม” ที่ทำให้เรารู้สึกว่าน่าจะสร้างสัมผัสที่ดีกับลูกฟุตบอล :-? แต่ผมว่าการเดินตะเข็บแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะมันดู “สะอาด” และดูทันสมัยขึ้น (แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายของหนังบ้างนิดหน่อย)

ความรู้สึกในการเล่น

ผมจะขอแบ่งเป็น 2 ส่วนที่น่าสนใจคือ เรื่องของการสัมผัสที่ได้รับจาก Upper ร่วมกับพื้นผิวแบบพิเศษที่มีลักษณะเหมือนกระดาษทราย และบริเวณข้างเท้าด้านในที่เรียกว่า ECZ (Energy Control Zone)

การสัมผัสที่ได้รับจาก Upper ร่วมกับพื้นผิวแบบพิเศษ - สิ่งแรกที่ผมสามารถสัมผัสได้จากพื้นผิวแบบพิเศษที่ถูกวางมาบนบริเวณพื้นที่ส่วนมากเราจะสัมผัสบอล คือ “รู้สึกได้ถึงความหนึบ” ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ได้ก็คือทำให้การควบคุมบอลทำได้อย่างเชื่องเท้า (แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องขึ้นกับทักษะส่วนใหญ่ของผู้เล่นอยู่ดี ;-) ) และที่เห็นว่าพื้นผิวมีลักษณะหยักนั้น เข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องของการออกแบบเพื่อความสวยงามเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการสัมผัสมากเท่าไหร่…

ถ้าเพื่อนๆคนไหนกำลังต้องการรองเท้าที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดบอล หรือทำให้เลี้ยงได้หนึบขึ้น Umbro Geometra Pro II ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ (อันนี้แค่เรื่อง Upper กับการสัมผัสนะ ;-) )

gmpro05

gmpro06

ECZ (Energy Control Zone) - ในรุ่นก่อน (Geometra Pro) นี่คือเทคโนโลยีที่ผมชอบมากๆเพราะมันให้ความรู้สึกในการรับส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในที่ดีมากๆ แต่กับ Geometra Pro II บริเวณ ECZ นั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งถ้าใครเคยสัมผัสหรือใช้งานเวอร์ชั่นก่อนก็จะรู้ว่า เทคโนโลยี ECZ นั้นจะอยู่ตรงส่วนบริเวณตรงกลางของข้างเท้าด้านใน…แต่ในครั้งนี้ พี่ Bryan ผู้ทดสอบรองเท้าของเราบอกว่า “ทำได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง” เลยทีเดียว… :-?

เนื่องจากด้วยความที่เจ้า A-Frame ที่ถูกออกแบบมาใหม่นั้น มันไปอยู่ในตำแหน่งที่ “ทับ” กับ ECZ (ที่ทำออกมาได้ดีอยู่แล้ว)

เนื่องจาก A-Frame ที่มีวัสดุคล้ายยางนั้น มีหน้าที่ช่วยในการรักษารูปทรงของรองเท้า ซึ่งฟังๆดูก็เป็นเรื่องที่ดี…แต่ว่าในขณะที่บริเวณอื่นๆของรองเท้าปรับเข้ากับรูปเท้าของเราได้เป็นอย่างดีนั้น กลับกลายเป็นว่าตรงบริเวณของ A-Frame กลับไม่ดำเนินรอยตามชาวบ้านชาวช่องเค้า (คือชาวบ้านเค้าปรับตัวเข้ากับเท้า แต่ A-Frame เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการยืดตัวสูง) แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม ซึ่ง เป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือ…จริงๆแล้วมันควรจะอยู่ตรงตำแหน่งนั้นด้วยเหรอ? (ผมเข้าใจสิ่งที่ Bryan ต้องการอธิบายนะ เพราะปัญหานี้ก็เหมือนจะเคยเกิดกับ adizero รุ่นก่อนหน้าที่ตัว Sprint Frame ซึ่งทำหน้าที่รักษารูปทรงเท้ามันอยู่ในบริเวณที่อาจจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ทำให้ในเวอร์ชั้น 2013 Adidas จึงทำการตัดสินใจ “เปลี่ยนตำแหน่ง” ของเจ้า Sprint Frame ไปยังตำแหน่งที่น่าจะมีผลกระทบในระยะยาวน้อยกว่าตำแหน่งเดิม ;-) )

เรื่องของชุดพื้น

นี่คือชุดพื้นที่ออกแบบมาได้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากๆ นี่คือส่วนที่ผมชอบมากที่สุดของรองเท้าซี่รี่ย์ Geometra เพราะลักษณะของชุดพื้นนี้สามารถนำไปใช้ได้กับลักษณะพื้นที่หลากหลาย ตั้งแต่ ดิน หญ้า จนไปถึงสนามหญ้าเทียม (แต่ส่วนตัวผม (คนแปล) ว่าปุ่มมันก็ยังแอบยาวไปนิดนะ ;-) )

พี่แกบอกว่าส่วนตัวแล้วได้ลองทั้งหญ้าจริงและหญ้าเทียม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจมากๆ…ในส่วนของปุ่มบริเวณส้นเท้าก็ทำออกมาได้ดี ให้ความรู้สึกมั่นคงและคล่องแคล่วเมื่อทำการหมุนหรือกลับตัวเมื่ออยู่ในสนาม :-) (อันนี้ส่วนตัวผมเห็นด้วยนะ เพราะผมยังประทับใจชุดปุ่มของ Umbro GT II Pro กับ Special 3 Pro มากกว่า Nike Mercurial Miracle ที่ผมมีอยู่พอสมควร)

gmpro07

gmpro08

เทียบกันแล้ว รุ่นใหม่กับรุ่นเก่า (Geometra Pro VS Geometra Pro II) แตกต่างกันมั๊ย?

Umbro ดูเหมือนจะพยายามปรับเปลี่ยนทุกอย่างที่ควรจะพัฒนาจากรุ่นที่แล้วให้ดีขึ้น…ซึ่งก็ดีขึ้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไซต์, แก้ไขเรื่องของการเดินตะเข็บ, ปรับเปลี่ยนรูปทรง รวมถึงการลดน้ำหนักของรองเท้า และสิ่งที่โดยส่วนตัวของพี่ Bryan แล้วแกชอบบริเวณ ECZ มากที่สุด…

แต่ดูเหมือนครั้งนี้ Umbro จะทำส่วนที่ดีอยู่แล้วอย่าง ECZ ให้ “ด้อย” ลงไปกว่าเดิม อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วข้างบน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย…

จุดที่น่าสังเกตุ

อย่างที่บอกไปแล้วทั้งหมดครับ ผมผิดหวังอยู่แค่เรื่องเดียวก็คือเรื่องของบริเวณ ECZ ที่ถูกออกแบบมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ตามความรู้สึก ทำให้ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพที่ดีมากๆของเทคโนโลยีออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่… พูดง่ายๆก็คือ ไม่น่าออกแบบ A-Frame แบบใหม่มา “ปิดบัง” ความสามารถที่ดีอยู่แล้วของ ECZ เลย…

อีกเรื่องคือเรื่องของการทำความสะอาดที่อาจจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่ใช้สีขาว เพราะส่วนที่เป็น Texture ผิวทรายนั้นเปื้อนง่ายเอาซะมากๆ…

แต่รวมๆแล้ว Umbro Geometra Pro II คือรองเท้าที่ “คุ้มค่า” และมี “ประสิทธิภาพเทียบกับราคา” ที่ดีมากๆคู้หนึ่งในตลาดตอนนี้เลยครับ :-)

gmpro09

gmpro10

สรุปผล

จุดเด่น: รองเท้าฟุตบอลที่มาครบทั้งเทคโนโลยีในการสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล มีหนังจิงโจ้ที่แจ่มเจ๋ง พร้อมกับชุดพื้นที่มั่นคงและโคตรจะแหล่ม ตามสไตล์ Umbro :-D

ประเภทของรองเท้า: รองเท้าสายคอนโทรล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรอบตัวที่เพิ่มความสามารถในการสัมผัสบอล

น้ำหนัก: เบาลงกว่าเวอร์ชั้นที่แล้วนิดหน่อย แต่ก็ไม่เบาจนเกินไป ตามมาตรฐานของรองเท้าสายคอนโทรล

ซื้อดีไหม?: ผมว่า…ถ้ายังพอหาซื้อ Geometra Pro รุ่นก่อนหน้าในราคา Sale ได้…จัดตัวนั้นคุ้มกว่าแน่ๆ (น่าเสียดายเพราะตอนนั้นผมซื้อ Speciali 3 Pro มา…ได้อย่างเสียอย่างอะนะ) แต่พูดตรงๆว่ารุ่นใหม่ตัวนี้ก็เป็นรองเท้ารุ่นท็อปที่ไม่ได้แพงอะไรเลย (ประมาณ 3,900 บาท) ;-)

ตำแหน่งของผู้เล่นที่เหมาะสม: กองกลางตัวกลั่น และสำหรับคนที่ต้องการรองเท้าที่สวมใส่สบายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม !

คะแนน: 3.5/5

ความคิดเห็นของผม (ผู้แปลและเรียบเรียง): อย่าให้คะแนนทำให้ลังเล ถ้าผมมีเงินจะไปจัดรองเท้าคู้นีเอย่างด่วนแน่นอน หาตัวเก่าได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีตัวใหม่ก็ไม่เลว! (อยากได้แต่งบหมดแล้ว) :-D

ขอบคุณเพื่อนๆที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ ถ้าชอบขอแค่กดไลค์เป็นกำลังใจให้กันก็เพียงพอแล้ว…

แล้วเจอกันใหม่กับการรีวิวในครั้งหน้า,

สวัสดี

:-D

 

Comments

comments